ดินแดนปัญญาชน SEAL2thai.org

 

สมุดปกขาว คมช

สาระดีดี จาก ดินแดนปัญญาชน

 

ปลูกต้นไม้แห่งปัญญา กับ ดินแดนปัญญาชน  

          ดินแดนปัญญาชน           

bullet

[หน้าแรก]
 

bullet

[รวมสาระ]
 

bullet

[webboard]
 

bullet

[คุรุชน]
 

bullet

[สอบบรรจุครู]

 
bullet

ร่วมสนับสนุนเรา
โดยการทำ link
มาหาเรานะครับ

 เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก
 
เรียนพิเศษในพิษณุโลก
 
วงการครู
ขนมจีน

 ข้อสอบ o-net a-net

       
    
บ้านครูแชมป์ เรียนพิเศษในพิษณุโลก

         

     

ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

บทนำ

   หลังจากที่สังคมไทยได้ผ่านประสบการณ์ในการก้าวไปตามเส้นทางของกระบวนการประชาธิปไตยมานานกว่าเจ็ดสิบปี กล่าวได้ว่าประชาชนชาวไทยมีความเข้าใจและเรียนรู้ความหมาย รูปแบบ ตลอดจนหลักการอันเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยยิ่งขึ้นเป็นลำดับ แม้บางช่วงเวลาจะเป็นการเรียนรู้ที่เจ็บปวดและมีราคาแพง แต่ก็เป็นการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญแก่การย่างก้าวตามวิถีของกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริงและถูกต้อง โดยไม่ยึดว่าประชาธิปไตยจะต้องมีกลไกหรือรูปแบบอันเป็นเปลือกนอกเท่านั้นเป็นพอ แต่คำนึงถึงเนื้อหาสาระที่เป็นจริงอีกด้วย ในช่วงที่ผ่านมาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทยเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลส่งผลต่อกันและกัน ผู้ครองอำนาจทางเศรษฐกิจบาคนมักจะมีช่องทางได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองด้วย และกลับกันคือผู้ครองอำนาจทางการเมืองบางคนในบางยุคสมัยมักจะกำหนดนโยบายเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเฉพาะกลุ่มและพวกพ้องเป็นหลัก มากกว่าเพื่อผลประโยชน์ของคนในชาติโดยส่วนรวม ดังนั้นจึงพบว่า หลายครั้งที่การเลือกตั้งกลายเป็นเครืองมือรับใช้กลุ่มอำนาจทางเศรษบกิจเพื่อสืบทอดอำนาจทางการเมือง และสร้างความชอบธรรมจากคำว่าประชาธิปไตยหรือคำว่าการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงกระบวนการที่ใช้อิทธิพลทางการเงินและการใช้อำนาจรัฐเข้าครอบงำเพื่อเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ตลอดจนอ้างอิงปริมาณของผู้สนับสนุนมาสร้างความชอบธรรม ทำให้นึกถึงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่เคยทรงอุปมาไว้อย่างแยบคายว่า "กำหมัดคือยุติธรรมจงจำไว้ ใครหมัดใหญ่ได้เปรียบเรียบเทียวเกลอ"

   ในสถานการณ์ที่การบริหารประเทศด้วยการใช้เครื่องมือและกลไกตามระบอบประชาธิปไตยคลายเคลื่อนไปจากหลักการที่แท้จริงโดยขาดธรรมาภิบาล ผู้บริหารที่ใช้อำนาจ ซึ่งได้มาจากกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม มักจะนำไปสู่การแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายโดยง่าย ทั้งผู้มีอำนาจนั้นมักจะไม่พยายามประสานความแตกต่าง หากจะตอกย้ำขยายช่องว่าง ทำให้เกิดการแตกความสามัคคีของคนในชาติ และมีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรงของกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันดังที่เรียกยุทธวิธีนี้ว่า "แบ่งแยกแล้วปกครอง" (didide and rule) สภาพเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสถาบันสำคัญทั้งหลายของชาติ เพราะจะทำให้ถึงจุดที่กลไกประชาธิปไตยเดิมไม่เหลือทางเลือกอื่นใดให้กับสังคมไทยอีกต่อไป อันจะเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง

   การพัฒนาประชาธิปไตยของไทยเพื่อให้ก้าวไปสู่เนื้อหาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จึงเลี่ยงไม่พ้นการที่จะต้องเข้าระงับยั้บยั้งและเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตลอดจนเยียวยาเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาสู่ร่องรอยปกติตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความรู้สึกร่วมกันของประชาชนชาวไทย กระบวนการนี้อาจเรียกว่า "การปฏิรูปการเมืองการปกครอง" เหตุการณ์ดังกล่าวแม้สาธารณชนในระดับสากลและภายในประเทศบางส่วนจะมองว่าเป็นการทำให้ระบอบประชาธิปไตยชะงักลง หรือที่คำพังเพยไทยเรียกว่า "ถอยหลังเข้าคลอง" แต่คนส่วนหนึ่งในประเทศและนักวิชาการไม่น้อยที่ปรารภว่า "บางครั้งก็ต้องจำยอมเสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต" "ชะลอกลไกหรือพิธีการไว้ก่อน เพื่อรักษาหลักการ" บางคนกล่าวว่า "ประชาธิปไตยของไทยถูกกัดกร่อนทำลายไปก่อนหน้านี้แล้ว" และบางคนถึงกับอุปมาว่า "ถอยหลังเข้าคลองยังดีกว่าเดินไปข้างหน้าแล้วจมน้ำตาย" ภายหลังการปฏิรูป จึงต้องให้ความสำคัญแก่พัฒนาการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่มีการปกครองใรนะบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยที่ทั้งรูปแบบและสาระแห่งการปกครองนั้นสามารถตอบสนองคุณค่า (value) ที่สำคัญของสังคมและยังประโยชน์สุขต่อประชาชนทุกระดับได้

เหตุการณ์สำคัญที่เป็นชนวนนำไปสู่การปฏิรูป

   ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่เพิ่งถูกยึดอำนาจไป ได้ถูกเพ่งเล็งจากสังคมอย่างหนัก และถูกกล่าวหาด้วยความเคลือบแคลงสงสัยมาตลอดว่า ได้พยายามผูกขาดอำนาจทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุล โดยการแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระ ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจตลอดจนคุกคามและแทรกแซงสื่อมวลชน รวมทั้งมีการดำเนินการที่ส่อไปในทางทุจริต/ฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจสรุปข้อกล่าวหาที่ค้างคาใจประชาชนในกรณีสำคัญได้ดังนี้

   ๐ การทุจริต/ผลประโยชน์ทับซ้อน
   ๐ การแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือให้เป็นภาษีสรรพาสามิต
   ๐ การแปลงธุรกิจดาวเทียมให้เป็นธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
   ๐ การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและกรณีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX
   ๐ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า Airport Link
   ๐ การพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่โปร่งใส
   ๐ กรณีการครอบงำกิจการโทรทัศน์เสรี
   ๐ การใช้อำนาจในทางมิชอบ
   ๐ การแต่งตั้งเครือญาติ/คนใกล้ชิดดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับสูง
   ๐ การใช้วิธีการงบประมาณที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อผลประโยชน์ในการสร้างคะแนนนิยมต่อรัฐบาล
   ๐ การใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเจรจากับต่างประเทศเพื่อเอื้อต่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง (กรณีการปล่อยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย)
   ๐ การใช้อำนาจทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมสรรพากร ในการตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล
   ๐ การละเมิดจริยธรรม/คุณธรรมของผู้นำประเทศ
   ๐ การขายสัมปทานดาวเทียมและสถานีโทรทัศน์ให้แก่ต่างชาติ
   ๐ การซื้อขายหุ้นของบุคคลในครอบครัวโดยไม่เสียภาษี
   ๐ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ
   ๐ การครอบงำวุฒิสภาซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่างๆ และการตรวจสอบการดำเนินการของฝ่ายบริหาร
   ๐ การแทรกแซงการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
   ๐ ข้อผิดพลาดเชิงนโยบายที่นำสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพ
   ๐ กรณีฆ่าตัดตอนหรือทำวิสามัญฆาตกรรมในคดียาเสพติด โดยมีผู้ถูกสังหารเป็นอันมาก
   ๐ การบริหารจัดการในเชิงนโยบายที่ผิดพลาดและไม่ชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแม้จะใช้เวลายาวนาน แต่ก็ไม่ทุเลาเบาบางลง
   ๐ การบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติและการเผชิญหน้าที่เสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรง
   ๐ การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของกลุ่มที่จะตรวจสอบรัฐบาลหรือตัวนายกรัฐมนตรีเอง และเปิดเฉพาะข้อมูลที่คัดสรรแล้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับทราบความจริงทั้งหมด
   ๐ การจัดตั้งกลุ่มคนสนับสนุนเพื่อตอบโต้และมุ่งหวังให้เกิดการเผชิญหน้าที่เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลโดยสันติ ความพยายามในการหาทางออกเพื่อให้มีการแก้ไขในระบบ
   ๐ การชุมนุมประท้วงโดยสันติวิธีและปราศจากอาวุธ
   ๐ การให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อหาทางออกโดยบุคคลหลายฝ่ายที่ได้รับการยอมรับจากสังคม
   ๐ บทบาทของศาลในการผ่าทางตันทางการเมือง (ตุลาการภิวัฒน์) เนื่องจากการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ผล (คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ที่ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ รวมทั้งคำพิพากษาของศาลอาญาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ที่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความผิดเนื่องจากการใช้อำนาจโดยไม่ชอบในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549)
   ๐ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด และคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาบางส่วน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549
 

หน้าที่ 1  2  3  4  5  6


รวมสาระ  power by www.seal2thai.org ดินแดนปัญญาชน