ี้จุดแก้กรรม โดยหมอเสริมศิลป์  ขอนวงค์   ... โดย พิริยะ  ตระกูลสว่าง
 
 

 

 

 

 

 

       การทำความดีไม่หายไปไหน เสมือนหยดน้ำที่ค่อยๆหยดทีละน้อย

  
จี้จุดแก้กรรม โดยหมอเสริมศิลป์  ขอนวงค์
 

  หลังจากการออกอากาศของรายการตีสิบ เมื่อวันอังคารที่ 21 ก.ค. 2552 และจะออกอากาศอีกในวันที่ 28 ก.ค. 2552 เรื่องของหมอเสริมศิลป์ ขอนวงค์ ที่ทำงานรถไฟ แต่อาศัยช่วงเวลาว่างในการรักษาโรคกรรม โรคโดนของ โดนผีเข้า ซึ่งทราบในภายหลังว่าอยู่ในพื้นที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ 
 

   จากเรื่องราวดังกล่าว ทำให้มีผู้ค้นหาในอินเทอร์เน็ต และมีผู้โพสต์ว่า หมอเสริมศิลป์ที่ออกรายการตีสิบ ได้ทำการรักษาอยู่ที่วัดแพร่ธรรมารามนั้น และมีการโทรศัพท์มาสอบถาม จึงขอยืนยันว่า "หมอเสริมศิลป์ ไม่ได้ทำการรักษาที่วัดแพร่ธรรมาราม"
 

   วัดแพร่ธรรมาราม เป็นวัดป่า (สายธรรมยุตินิกาย) มีแนวทางสั่งสอนให้ผู้คนเรียนรู้ตามแนวทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด ฉันอาหารมื้อเดียว และไม่นอนในวันพระ ทำให้มีผู้คนเข้ามาฝึกปฏิบัติตนมากมาย แต่เมื่อมีการโพสต์ข้อความถึงวัดแพร่ธรรมาราม แม้จะไม่ถึงกับเป็นการพาดพิง แต่ทางผมก็อยากชี้แจงว่า ทางวัดแพร่ธรรมารามไม่มีการรักษาโรคกรรม โรคผีเข้าแต่อย่างไร (เข้าใจว่า คนที่โพสต์อาจมีข้อความตกหล่น จึงทำให้คนที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นวัดแพร่ธรรมาราม)

   ผมถูกอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ว่า มนุษย์เรามีกรรมเป็นของตน เหมือนที่ปรากฏในบทสวดว่า "เรามีกรรมเป็นของๆตน มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ให้ผลฯ" ย่อมแสดงให้รู้ถึงว่า เราหนีกรรมของเราไม่พ้น

   สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังมีกรรม แม้ว่าท่านจะพบนิพพานแล้ว แต่ก็ยังหนีเจ้ากรรมนายเวรซึ่งก็คือ พระเทวทัต ไม่พ้น เพราะมีการก่อเวรก่อนกรรมร่วมกันมา ถึงแม้ว่ากรรมที่พระองค์ทำไว้กับพระเทวทัต ซึ่งเป็นการกระทำเพียงแค่ให้พระเทวทัตอายเท่านั้นเอง แต่ด้วยมิจฉาทิฐิ ทำให้พระเทวทัตอาคาตแค้น จ้องทำร้ายมากกว่ากรรมที่พระพุทธองค์ทำไว้ ดังนั้น หนทางที่จะไม่ต้องรับเวรรับกรรมที่ทำมา คือการเข้าสู่นิพพาน แล้วจะไม่เกิดต่อในชาติต่อไป

   การรักษาอาการผีเข้า อาการโดนของของหมอเสริมศิลป์ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า มีจริง เพราะสัมภเวสี ผีตายโหง พราย นั่นมีการบันทึกบอกเล่ามาหลายรุ่น หลายชั่วคน หมอคาถาอาคมย่อมมีวิชาในการขับไล่รักษา

   แต่ในส่วนของการตัดกรรมนั้น คงมีแต่กรรมฐานเท่านั้นที่จะสามารถช่วยได้ เพราะผู้เขียนหนังสือสแกนกรรมเอา เธอก็ไปปฏิบัติที่วัดอัมพวันมา ถึงเปิดหนทางสแกนกรรมด้วยสิ่งที่เคยสั่งสมมาแต่ชาติปางก่อนได้ หรือจะเป็นตัวอย่างของพระบัวเฮียวที่หลวงพ่อจรัญท่านเท่าไว้ว่า พระบัวเฮียวเคยทำอาชีพฆ่าไก่ ฆ่าวัวมาก่อน เมื่อปฏิบัติกรรมฐานถึงจุดแล้ว พระบัวเฮียวเอาหัวโขกกับเสาในศาลา เลือดไหลอาบตัว ร้องโหยหวนเหมือนวัวที่ถูกเชือดเป็นเวลา 3 วัน แต่เมื่อครบ 3 วัน ก็หยุดร้อง และแผลก็หายไป

   การตัดกรรมนั้น คงเป็นไปไม่ได้
   แต่การขออโหสิกรรมนั้น สามารถทำได้จริง เหมือนเราขอโทษเขาบ่อยๆ เมื่อเขาใจอ่อน ก็อโหสิกรรมให้เราเอง

   การทำความดี เหมือนกับเราเอานำ 1 แก้ว ใส่ลงในโอ่งที่มีน้ำสีดำเต็มโอ่ง น้ำสีดำคือกรรมที่เราทำไว้นั้นเอง แม้ว่าน้ำ 1 แก้วที่ใส่ไปจะไม่ทำให้ใสในทันที แต่เมื่อเราหมั่นทำความดี แผ่เมตตา ขออโหสิกรรม บ่อยๆ นำก็จะค่อยๆใสขึ้น ใสขึ้น แล้วก็จะอโหสิกรรมให้กันเอง

   ผมไม่ได้บอกว่าหมอเสริมศิลป์นั้นไม่สามารถแก้กรรมได้จริง แต่ผมหมายถึงท่านอาจจะสามารถขับไล่วิญญาณร้ายที่มาเกาะกุม มาทำร้ายทำลายเราได้ ส่วนเรื่องของกรรมนั้น เราคงต้องปฏิบัติการขออโหสิกรรมด้วยการสวดมนต์นั่งสมาธิ ทำกรรมฐานเองครับ

ป.ล. ขอความกรุณาอย่าโทรมาถามว่า หมอเสริมศิลป์ทำพิธีที่วัดแพร่ธรรมารามอีกนะครับ 

   
 

โปรดสนับสนุนเรา ด้วยการทำ Link มาหาเราครับ  conter12   หยดน้ำแห่งความคิด      ดินแดนปัญญาชน